ผู้เข้าชม

มี 24 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

สถิติการเข้าชม

1220317
วีนนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
140
454
2194
1215220
8117
14419
1220317

Your IP: 54.224.155.169
Server Time: 2017-10-20 10:20:36

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้เกี่ยวกับกล้อง IP Camera

กล้อง IP มีหน้าที่รับภาพและส่งภาพออกเป็น digital ออกผ่านทาง port LAN ตัวกล้องนี้เองที่จะเป็นตัวที่บอกถึงความละเอียดของภาพที่เราจะได้  ซึ่งความละเอียดที่มากขึ้นจะมีผลให้ขนาดของข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้นเสมอ
"ภาพชัดมาก
brandwidth ที่ได้ก็จะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย" ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บให้มากขึ้นหากต้องการบันทึกให้ได้จำนวนวันเท่าเดิม 

ยกตัวอย่าง

        ระบบ analog กล้อง 4 ตัว บันทึกที่ความละเอียด CIF ขนาด Harddisk 500 GB บันทึกได้ 14 วัน, กล้อง IP
Camera 4 ตัว บันทึกที่ความละเอียด 2 MP Harddisk 500 บันทึกภาพได้ 4 วัน เป็นต้น
        หากเราต้องการให้ได้จำนวนวันในการจัดเก็บข้อมูลเท่าเดิม เราก็ต้องเพิ่มขนาด/จำนวน
Harddisk

ให้มากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

2. อุปกรณ์จัดการและบันทึก
เราเรียกว่า NVR (Network Video Recorder) มันคือเครื่องบันทึกและจัดการกล้องวงจรปิดในระบบ IP , NVR แบ่งเป็น 3 แบบ

1. NVR Appliance เป็นเครื่องที่สร้างมาเพื่อเป็นอุปกรณ์ของ CCTV โดยเฉพาะ ...เครื่อง NVR สำเร็จรูปหน้าตาหมือน DVR ของระบบ analog แต่ทำงานงานบนระบบเครือข่าย หากยังนึกไม่ออกให้นึกถึงเครื่องเล่น Video ก็แล้วกันครับ ขนาดเท่ากันเป๊ะ

ข้อดี

1. ติดตั้งง่าย เนื่องจากผู้ผลิตเค้าสร้างมาให้ใช้งานร่วมกันกับกล้อง IP อยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้อง config เยอะ
2. ใช้งานง่าย คล้ายๆกับเครื่องเล่น VCD ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

ข้อเสีย

1. แพง เมื่อเทียบกับ spec ที่ได้ (หากเราเทียบกับ PC)
2. จำกัดจำนวนกล้อง เพราะ NVR ที่ให้ SPEC มักจะไม่สูงนักทำให้ใช้งานกล้องได้ไม่กี่ตัวต่อ NVR 1 ตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

  

                           NVR สำเร็จรูปใช้งานง่าย

 

2. NVR ที่ใช้ PC แล้วมาลง Software บางครั้งเรียก NVR ประเภทนี้ว่า PC Based NVR เนื่องจาก NVR ประเภทนี้เป็นโปรแกรม (Software) ใช้สำหรับติดตั้งเพื่อทำงานบน PC, ปกติเวลาเราซื้อกล้อง IP Camera มาใช้งาน เราจะได้รับ CD ซึ่งมีโปรแกรมที่ใช้สำหรับติดตั้งและโปรแกรมที่ช่วยควบคุมการทำงานและบันทึก ภาพจากกล้อง IP Camera แถมมาให้อยู่แล้ว ซึ่งโปรแกรมที่แถมมาดังกล่าวนี้ก็พอจะถือได้ว่าเป็น NVR Software แบบหนึ่ง ซึ่งฟังก์ชั่นการทำงานที่มีมาให้ก็มากเพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานอยู่แล้ว บางคนสงสัยเวลาที่ผมแนะนำ Spec ว่าต้องแรงถึงขนาด i5-i7 เลยหรือ..ให้นึกภาพเวลาที่เราเล่นหนัง Hi-Def บนเครื่อง มันกิน CPU ขนาดไหน....กล้อง IP ทำความละเอียดได้ถึงระดับ Hi-Def เลยนะครับ หากเรามีกล้อง 16 ตัว แล้วเล่นภาพ Hi-Def พร้อมๆกัน...มันกินทรัพยากรเครื่องมากๆครับ

ข้อดี

1. ราคาถูก เพราะใช้ PC มาจำลองเป็น NVR
2. ต่อกล้องได้หลายตัว
3. การใช้งานมีความยืดหยุ่นสูงมาก Video Analytic, Counting Application,Fire & Smoke Detection

ข้อเสีย

1. ต้องมีการ config ที่ต้องใช้พื้นฐานทางด้าน network และ คอมพิวเตอร์สักหน่อย
2. ติด Virus ได้ง่าย ส่วนใหญ๋ software ประเภทนี้ทำงานบน windows ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า Windows มีไวรัสรอเล่นงานเพียบ
3. เปลืองไฟ เพราะว่าคอมพิวเตอร์กินไฟมากว่า NVR และ NAS มาก

 

 

 

 

 

 

 

 

CPU  สำหรับกล้อง IP Hi-Definition  ต้องแรง!

 

3. NVR ที่เป็น NAS ประเภทนี้ จริงๆแล้วตัว NAS เองสามารถทำได้หลายอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในฟังชั่นที่ตัว NAS (บางยี่ห้อ) ทำได้คือ surveillance ซึ่งเจ้า NAS นี้จะผลิตขึ้นมาโดย third party คือ คนผลิต NAS ไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ผลิตกล้อง IP ดังนั้น ต้องดูด้วยว่า NAS รุ่นนั้น support กล้องที่เราต้องการจะให้หรือไม่

ข้อดี

1. ราคาถูกกว่า NVR และเหมาะกับ Solution SOHO ติดกล้องไม่กี่ตัว และสามารถเอา NAS ไป share ไฟล์, Printer ฯลฯ ได้ด้วย
2. ต่อกล้องได้หลายตัว
3. การใช้งานมีความยืดหยุ่นสูง สร้างสิทธ์การเข้าถึง, สร้างกลุ่ม, ฯลฯ
4. Virus ไม่มายุ่งเพราะตัวมันเป็น Linux

ข้อเสีย

1. ต้องมีการ config ที่ต้องใช้พื้นฐานทางด้าน network และ คอมพิวเตอร์สักหน่อย และไม่ยืดหยุ่นเท่า software
2. ต้องใช้่งานผ่าน Computer โดยผ่าน Brower เป็นหลัก ไม่สามารถแสดงผลโดยการจอมาเสียบต่อท้ายเครื่องได้
3. ใช้งานยาก....ผมยังงงเลย ขอบอก เพราะกว่าจะให้มันใช้งานได้มันจะต้อง สร้าง user, สร้างสิทธ์, กำหนดขนาดขอบเขตข้อมูล, ฯลฯ
4. ไม่ได้รองรับกับกล้องทุกร่น, ทุกยี่ห้อ ต้องเช็คเป็นรายโมเดลไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

IP cam มันก็คือ CCTV นั่นแหละครับ

CCTV แยกเป็นสอบแบบคือ
- Analog (ส่งสัญญาณภาพจากกล้องออกมาเป็นอนาล๊อค ผ่านทางสายนำสัญญาณพวกสาย AV)
- IP (ส่งสัญญาณเป็น ดิจิตอล ผ่า่นทางสาย Lan)

DVR เป็นเครื่องบันทึกภาพด้วย HDD (บางรุ่นใช้ ดิจิตอลเทป)
แต่พวกกล้อง IP จะใช้ไปยัง NVR มากกว่า (NVR ใช้กับกล้องที่เป็น IP cam)
ทั้ง DVR และ NVR ก็เป็น สแตนด์อโลน เช่นกัน(คือมันทำงานได้ด้วยตัวมันเองไม่ต้องมีคอมฯ คอยควบคุม)

การเดินสายไฟเลี้ยง จะมีสองแบบ
- ใช้ไฟ DC 12V เสียบเข้ากล้องเพื่อเลี้ยงกล้อง ยังจุดที่ติดตั้ง วิธีนี้จะต้องมีหม้อแปลงและปลั๊กเสียบประจำทุกจุดที่กล้องติดไว้ หรือ ใช้วิธีเดินสายไฟจากจุดรวมไปยังกล้อง พร้อมกับสายสัญญาณพร้อมกัน
- กล้อง IP ใช้ PoE(power on ethernet) ได้ ไม่ต้องใช้หม้อแปลงเพิ่ม (ไฟเลี้ยงไปตามสาย Lan ที่เสียบกล้องได้เลย) วิธีนี้จะสะดวกมาก เพราะคุณแค่เดินสาย lan ไปยังกล้องแค่เส้นเดียวเท่านั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องไฟที่กล้องพอหรือไม่

การบันทึกภาพ
- กล้อง อนาล๊อค จะบันทึกที่ความละเอียดเหมือนจอทีวี วัดกันที่ TVL(TV line) ที่ประมาณ 520 , 600 , 650 , 700
- กล้อง IP จะบันทึกเหมือนคอมฯ คือเป็น VGA , XGA , HD , FullHD (1080)
ถ้าเทียบแล้วยุคนี้กล้อง IP จะชัดกว่า

เน็ตล่ม ก็แค่ดูผ่านมือถือ หรือ รีโมท ไม่ได้เท่านั้น แต่ ระบบการบันทึกก็ยังบันทึกไปเรื่อยๆๆ จนกว่าไฟจะดับ หรือ เครื่องระเบิด

กล้อง iP ระดับดีๆ ความละเอียดระดับ Full HD แล้วครับ ชัดหรือไม่ ก็พิจารณาจากหนัง HD แล้วกัน บันทึกกันที่ 1080@30 fps เลยทีเดียว

ในยุคนี้ ส่วนใหญ่เค้าจะเน้นไปยังกล้อง IP cam กันเสียมาก (ถ้ามีเงินพอ)
เพราะสามารถดูผ่าน สมาร์ทโฟน ผ่านร้านเน็ต หรือ ที่ไหนก็ได้ในจักรวาล ที่ต่อเน็ตเข้ามายัง DNS ของเครื่อง NVR,DVR ได้
ซ้ำยังสามารถควบคุมการทำงานได้จากมือถือด้วย จะแพนกล้องไหน ซูม ฯลฯ ได้หมด

 

IP Cameraมันก็คือ กล้อง CCTV ที่รวมความสามารถของคอมพิวเตอร์ไว้ในตัวกล้อง เป็นหนึ่งเดียวกัน กล้องไอพี จะเก็บภาพสถานการณ์สดๆ และยิงผ่านไปบน ระบบเครือข่าย IP และอนุญาติให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นเหตุการณ์ จากระยะไกล และสามารถจัดเก็บภาพเหตุการณ์นั้น รวมถึงการควบคุมหรือเซ็ตกล้องผ่านทางระบบ IP ได้

IP Camera จะมี IP Address เป็นของตัวเอง (ค่า Default 192.168.0.99) ให้เราคิดว่า IP Address ก็เหมือนกับบ้านเลขที่ของเรา มันทำให้ใครต่อใครรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน ซึ่งก็เหมือนกับในกรณีของ IP Address ผู้ใช้แค่ทราบ ข้อมูล IP ของกล้องเท่านั้นก็สามารถเรียกดู ข้อมูลภาพจากกล้องได้โดยแค่พิมพ์ IP Address ของกล้องไปบน Intrenet Explorer

IP Camera ไม่จำเป็นต้องต่อกับคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา (ซึ่งจะต่างจากเว็บแคม เพราะมันจำเป็นต้องต่อกับ คอมพิวเตอร์) มันสามารถทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง และสามารถที่จะเอาไปติดตั้งที่ไหนก็ได้ ที่มีระบบ Network ที่มากไปกว่านั้นก็คือ กล้อง IP Camera ยังมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมการทำงานอื่นๆ อีกมากมายเช่น

1. ฟังก์ชั่นตรวจวัดการเคลื่อนไหว หากพบว่ามีสิ่งผิดปกติมันจะถ่ายภาพเก็บไว้หรือไม่ก็ alarm เตือน หรือส่ง mail ไปยังผู้ดูแล

2. ฟังก็ชั่นเสียง กล้อง IP Camera ยังมีความสามารถที่จะส่งข้อมูลภาพและเสียงได้พร้อมกัน (บางรุ่นไม่ Support)

3. ฟังก์ชั่น Input และ Output ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชั่นอรรถประโยชน์ ผู้ใช้สามารถประยุกต์ได้หลายแบบ

4. ฟังก์ชั่น Serial Port สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการจะเอากล้องไปติดกับตัวคอนโทรล Pan/Tilt

 

Frequently Ask Question

 

ถาม : ระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้อยู่ก็สามารถดูภาพผ่าน Internet ได้ อย่างนี้เรียกว่าระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera ได้หรือไม่

ตอบ : ต้องดูในรายละเอียดว่า ใช้กล้องแบบไหน IP Camera หรือ Analog Camera เพราะระบบ Analog Camera ก็สามารถดูภาพจากกล้องผ่าน internet ได้ วิธีสังเกตเบื้องต้นง่าย ๆ คือ สังเกตว่าสายสัญญาณที่ต่อออกมาจากตัวกล้องเป็นสายอะไร ถ้าเป็นสาย Coaxcial (ส่วนใหญ่เป็น RG6 เส้นกลม ๆ ขนาดประมาณแท่งดินสอ) จะเป็นระบบกล้องวงจรปิดแบบ Analog แตถ้าเป็นสาย LAN (แบบที่ต่อจาก Router/Modem มาเข้าที่เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Notebook) จะเป็นระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera

 

ถาม : คำว่า IP Camera กับ Network Camera เหมือนกันหรือไม่

ตอบ : เหมือนกัน สามารถใช้แทนกันได้ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละราย นอกจากนั้นแล้ว ในบางที่ หรือในต่างประเทศ ยังใช้อีกคำหนึ่ง คือ Digital Video Surveillance ซึ่งหมายถึง การเฝ้าระวังโดยใช้กล้องวงจรปิดแบบ IP Camera เช่นเดียวกัน

 

ถาม :ระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera ดีกว่า ระบบกล้องวงจรปิดแบบ Analog อย่างไร และคนโดยทั่วไปนิยมใช้แบบไหนมากกว่ากัน

ตอบ :ในแง่ของความคมชัดของภาพที่ได้ ระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera จะให้ความคมชัดที่สูงกว่า ในท้องตลาดปัจจุบัน กล้องแบบ Analog สูงสุดจะให้ความคมชัดที่ 700 TVL และอาจจะไม่สามารถพัฒนาได้สูงกว่านี้ได้แล้ว ในขณะที่กล้องวงจรปิดระบบ IP Camera สามารถให้ความคมชัดได้สูงสุดถึงระดับ Megapixel หรือ 1 ล้านพิกเซล ระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera จึงดีกว่ากล้องวงจรปิดแบบ Analog แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคนโดยทั่วไป ยังคงนิยมใช้ระบบกล้องวงจรปิดแบบ Analog อยู่ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มาก่อน และได้ติดตั้งเดินสายไว้เรียบร้อยแล้ว การจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ IP Camera จะต้องเดินสาย LAN ใหม่ หรือ เดินสายเพิ่มเติมในกรณีที่มีระบบ LAN อยู่แล้ว่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

สำหรับอาคาร หรือสถานที่ใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีระบบกล้องวงจรปิด จึงควรจะพิจารณาเลือกใช้ระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera เพื่อไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการ เปลี่ยนแปลง หรือ Migrate ระบบมาเป็นแบบ IP ในภายหลัง

 

 

รับเดินสายแลน(UTP)

รับออกแบบและติดตั้งสาย UTP, FTP ทุกชนิด บริการประเมินหน้างานฟรีในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมลฑล สำหรับต่างจังหวัด สอบถามรายละเอียดการประเมินราคาได้ที่ฝ่ายขาย

รับเดินสาย Fiber Optic

รับออกแบบและเดินสาย Fiber Optic ประเมินราคาฟรี เขตกรุงเทพฯและปริมลฑล ต่างจังหวัดสอบถามได้ที่ฝ่ายขาย

 

รับติดตั้งกล้องวงจรปิด

รับติดตั้งกล้อง IP Camera และ กล้อง Analog สินค้าราคาพิเศษ คุณภาพมาตรฐาน สอบถามและประเมินราคาได้ฟรี